นักแข่งบี-ควิก จูเนียร์ เดินหน้าลุยศึกสนามพีระสุดสัปดาห์นี้ (เวอร์ชั่นภาษาไทย)

This coming weekend will see the fourth round of Thailand Super Series (TSS) 2019 taking place at Pattaya’s Bira International Circuit and B-Quik Racing will be in the thick of the competitive track action – but time our focus shifts onto the B-Quik Junior Programme.

Following a highly successful showing for the team at the Bangsaen Grand Prix, just three over weeks ago, where we won both the headlining Super Car GT3 races to cement our lead in the Drivers’ and teams’ championships, on this occasion our brace of Audi R8 LMS GT3 Evo racecars and their quartet of drivers – Henk Kiks, Daniel Bilski, Sandy Stuvik and Martin Rump – will be on the sidelines.

That’s because the coming round is focused on the support series that make up the bumper TSS programme as the other categories enjoy their day in the sun. Bira Circuit, the much loved historic “home of Thai motorsport” is now simply to small and confined for the big GT3 cars to race there anymore.

B-Quik will be taking part with three cars and four young drivers, all forming part of our “Junior Programme” which comprises of drivers that are selected from within the B-Quik company. The programme is open to all technical staff who can apply and via an exhaustive election process the numbers are whittled down to a final four who then have the opportunity to race.

There are currently two tiers to the programme and both will be racing at Bira Circuit.

“Tier 1” comprises of our Dodge Challenger in TA2 Thailand while “Tier 2” are the brace of Honda Brios we enter in Super Eco. In the former, Narin Naeosathon and Sathaporn Veerachue, will share the big American-built V8-engined spaceframe racecar over the 1-hour races and after a pretty tough weekend in Bangsaen they will be looking to bounce back and unlock its potential on this tight and twisty track which will really challenge the TA2 cars.

Narin drove our TA2 car here last year so he has useful experience to call upon; however Sathaporn, who came into the TA2 programme this year, has previously tested here and so he won’t be starting too far behind the curve. Points and podiums will be the target and to get back on track after the last round yielded scant rewards.

Meanwhile, the two “Tier 1” drivers in action, Adisak Tangphuncharoen and Pongtanu Kamsai, will be making their second visit here to race in Super Eco having contested the 2018 rounds while the former has extra track time to call upon having raced our Toyota Vios here in the RAAT Thailand Endurance Championship last year. Just like the drivers in TA2 the objective will be to take home trophies and progress their learning curve.

The TSS programme officially starts on Friday (27 Sep) with free practice followed by the end-of-afternoon qualifying sessions for Super Eco and TA2 Thailand before moving into a weekend of races.

On Saturday (28 Sep) Super Eco will be first up for us at 1540 for a 17-lap race before the grunting beasts of TA2 Thailand go to green lights at 1640 for a 1-hour encounter. The final day, Sunday, (29 Sep) this time sees TA2 Thailand starting its second and final 1-hour race of the weekend at the stroke of midday and it will be followed by Super Eco at 1320, which just like the previous day, will be contested over 17-laps.

B-Quik Racing is supported by B-Quik, Michelin, Mobil 1, Bendix, Yuasa, NGK, Liqui Moly and STI and WAC Car Detailing.

Narin Naeosathon (#26 Dodge Challenger, TA2 Thailand): “We're returning to 'home' of Thai motorsport this week. Although I have experience here last year in the Camaro, this year is very different that we change to the Dodge Challenger and of course we need a lot of skill to drive on this narrow and winding racetrack and extract the most from the car. I'll try my best and I hope to collect more points here.”

Sathaporn Veerachue (#26 Dodge Challenger, TA2 Thailand): “I'm excited to return to Bira. After the incidents in Bangsaen we never give up. We’ve repaired the Dodge and we’re ready for upcoming race. The Bira racetrack is very tight and twisty and very challenging for the big and powerful TA2 cars. This race will be fun for sure!”

Adisak Tangphuncharoen (#26 Honda Brio, Super Eco): “I'm very happy to back in the cockpit of the Brio again. I have had experience here last year in the RAAT Endurance race in the Vios and also driving the Brio so I hope this coming weekend will be an opportunity to get on the podiums.”

Pongtanu Kamsai (#25 Honda Brio, Super Eco): “I'm really looking forward to upcoming Super Eco race at Bira Circuit. This will be the second time for me to race at Bira as I was also here with Thailand Super Series for the same event last year. Certainly, I’m hoping to get good results and I will try to do the best to get on the podiums.”

นักแข่งบี-ควิก จูเนียร์ เดินหน้าลุยศึกสนามพีระสุดสัปดาห์นี้

สุดสัปดาห์นี้เตรียมพบกับการแข่งขันสนามที่ 4 ของรายการ ไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรีส์ 2019 ซึ่งจะจัดขึ้นที่สนามพีระ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต พัทยา โดยการแข่งขันสนามนี้ทีมจะโฟกัสไปที่การดวลความเร็วของนักแข่งจากบี-ควิก จูเนียร์ โปรแกรม

หลังจากประสบความสำเร็จอย่างงดงามในการแข่งขันรายการ บางแสน กรังด์ปรีซ์ เมื่อ 3 สัปดาห์ก่อน ด้วยผลงานการคว้าชัยในการแข่งขันรุ่นใหญ่อย่างซูเปอร์คาร์ จีที3 ซึ่งทำให้ทีมรั้งตำแหน่งผู้นำบนตารางแชมป์ทั้งประเภทนักขับและประเภททีม

แต่ในการแข่งขันสนามนี้จะไม่มีการดวลความเร็วของรุ่นใหญ่ โดยจะโฟกัสไปที่การดวลของรถแข่งในรุ่นรองลงมา ซึ่งจะประลองความเร็วกันที่สนามพีระเซอร์กิต สนามที่ได้ชื่อว่าเป็น "บ้าน" หรือจุดกำเนิดของวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย โดยขณะนี้สนามนั้นไม่สามารถรองรับการแข่งขันสำหรับรถรุ่นใหญ่อย่างจีที3 ได้

บี-ควิก จะส่งรถแข่งลงชิงชัยจำนวน 3 คัน พร้อมนักแข่งอีก 4 คน ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นนักแข่งจากจูเนียร์ โปรแกรม ซึ่งคัดเลือกมาจากพนักงานของบริษัท บี-ควิก โปรแกรมนี้เปิดโอกาสให้กับช่างเทคนิคทุกคนสมัครเข้าร่วมและต้องผ่านกระบวนการคัดเลือกที่ละเอียดถี่ถ้วนจนเหลือเพียง 4 คนสุดท้ายที่จะมีโอกาสได้เป็นนักแข่ง

สำหรับศึกสนามนี้มีนักแข่งจากจูเนียร์ โปรแกรม 2 รุ่นด้วยกัน ที่จะลงประลองความเร็วที่สนามพีระในสุดสัปดาห์นี้

นักแข่งจูเนียร์ โปรแกรมรุ่นที่ 1 จะลงดวลภายใต้รถดอดจ์ ชาเลนเจอร์ในรายการ ทีเอ2 ไทยแลนด์ ในขณะที่นักแข่งรุ่นน้องจะลงแข่งขันภายใต้รถฮอนด้า บริโอ ในรุ่นซูเปอร์ อีโค โดยนักแข่งรุ่นพี่อย่างนรินทร์ แนวสถล และ สถาพร วีระเชื้อ ทั้งคู่จะแชร์รถแข่งอเมริกัน เครื่องยนต์ วี8 ในการแข่งขัน 1 ชั่วโมง ในรายการ ทีเอ2ไทยแลนด์ และหลังจากสุดสัปดาห์สุดหินที่บางแสน ทั้งคู่ต้องการที่จะกลับมาทำผลงานอีกครั้งและปลดล็อกศักยภาพบนสนามแข่งที่แคบและคดเคี้ยว ซึ่งเป็นสิ่งที่ท้าทายสำหรับรถแข่งทีเอ2

นรินทร์เคยลงแข่งด้วยรถทีเอ2 ที่นี่เมื่อปีที่แล้ว ดังนั้นเขาจึงมีประสบการณ์ที่สนามแห่งนี้ ส่วนสถาพรนั้นแม้จะเข้าร่วมในรายการทีเอ2 เป็นปีแรก แต่เขาก็เคยขับทดสอบที่สนามแห่งนี้มาแล้ว ดังนั้นเขาจึงมีความรู้เกี่ยวกับสนามพีระมาบ้างแล้ว ซึ่งเป้าหมายในการแข่งครั้งนี้ คือ คะแนนเก็บและโพเดี้ยม หลังจากที่พลาดหวังจากการแข่งขันเมื่อสนามที่แล้ว

ด้าน 2 นักแข่งรุ่นน้องอย่าง อดิศักดิ์ ตั้งพูลเจริญ และพงศ์ทนุ คำใส จะกลับมาเยี่ยมสนามแห่งนี้เป็นครั้งที่ 2 หลังเคยดวลความเร็วที่นี่ในการแข่งขันรุ่นซูเปอร์ อีโค รวมถึงการแข่งขัน อาร์เอเอที เอนดูรานซ์ ภายใต้รถโตโยต้า วีออส เมื่อปีที่แล้ว และเช่นเดียวกับนักแข่งรุ่นพี่ในรายการทีเอ2 ไทยแลนด์ ทั้งคู่ต้องการทำผลงานและพัฒนาฝีมือการขับของพวกเขาเช่นกัน

โปรแกรมการแข่งขันอย่างเป็นทางการของรายการ ไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรีส์ จะเริ่มต้นในวันศุกร์ (27 ก.ย.) ด้วยรอบซ้อม ตามด้วยการควอลิฟายของรุ่นซูเปอร์ อีโค และ ทีเอ2 ในช่วงบ่าย ก่อนจะเข้าสู่การแข่งขันในช่วงสุดสัปดาห์

ในวันเสาร์ (28 ก.ย.) โปรแกรมของทีมจะเริ่มต้นด้วยการแข่งขันของรุ่นซูเปอร์ อีโค เวลา 15.40 น. ทำการแข่งขันทั้งหมด 17 รอบ ก่อนที่การแข่งขันรุ่นใหญ่อย่างทีเอ2 ไทยแลนด์จะกระหึ่มขึ้นเวลา 16.40 น. ทำการแข่งขันทั้งหมด 1 ชั่วโมง จากนั้นในวันอาทิตย์ (29 ก.ย.) การแข่งขันเรซที่ 2 ของรายการทีเอ2 ไทยแลนด์ จะเริ่มขึ้นเวลาเที่ยงตรง ใช้เวลาแข่งขัน 1 ชั่วโมงเต็ม และตามด้วยการแข่งขันในรุ่นซูเปอร์ อีโค เวลา 13.20 น. แข่งขันทั้งหมด 17 รอบ

บี-ควิก เรซซิ่ง ได้รับการสนับสนุนโดย บี-ควิก, มิชลิน, โมบิลวัน, เบนดิกซ์, ยัวซ่า, เอ็นจีเค, ลิควิโมลี, เอสทีไอ และ แวค คาร์ ดีเทลลิ่ง

นรินทร์ แนวสถล (#26 ดอดจ์ ชาเลนเจอร์, ทีเอ2 ไทยแลนด์): "เราจะกลับไปยังสนามแข่งที่ถือเป็นบ้านของวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย แม้ว่าผมจะมีประสบการณ์การแข่งที่นี่ด้วยรถคามาโร่ แต่ปีนี้มันแตกต่างมาก เพราะเราเปลี่ยนมาเป็นรถดอดจ์ ชาเลนเจอร์ และแน่นอนว่าเราต้องใช้ทักษะอย่างมากในการแข่งบนแทร็กที่แคบ และคดเคี้ยว ผมจะพยายามทำให้ดีทีสุด และหวังว่าจะสามารถเก็บแต้มเพิ่มได้ในสนามนี้"

สถาพร วีระเชื้อ (#26 ดอดจ์ ชาเลนเจอร์, ทีเอ2 ไทยแลนด์): "ผมตื่นเต้นมากที่จะได้กลับไปแข่งที่พีระ หลังจากเหตุการณ์ที่บางแสน เรายังคงไม่ยอมแพ้ เราซ่อมรถดอดจ์จนเสร็จและพร้อมสำหรับการแข่งขันที่กำลังจะมาถึง สนามพีระค่อนข้างแคบ มีโค้งเยอะ และเป็นสนามที่ท้าทายมากสำหรับรถแข่งทีเอ2 ที่ใหญ่และทรงพลัง การแข่งครั้งนี้จะต้องสนุกอย่างแน่นอนครับ"

อดิศักดิ์ ตั้งพูลเจริญ (#26 ฮอนด้า บริโอ, ซูเปอร์ อีโค): "ผมดีใจมากครับที่จะได้กลับมาทำหน้าที่นักขับในรถบริโออีกครั้ง ผมเคยมีประสบการณ์ที่นี่มาแล้วกับการแข่งขันเอนดูรานซ์ในรถวีออส รวมถึงบริโอด้วย ดังนั้นผมก็หวังว่าในสุดสัปดาห์ที่จะมาถึงนี้ผมจะมีโอกาสขึ้นโพเดี้ยมได้"

พงศ์ทนุ คำใส (#25 ฮอนด้า บริโอ, ซูเปอร์ อีโค): "ผมรอคอยการแข่งขันรุ่นซูเปอร์ อีโค ที่กำลังจะมีขึ้นที่สนามพีระ นี่เป็นครั้งที่ 2 ของผมในการแข่งที่พีระ หลังจากเคยแข่งในรายการเดียวกันนี้เมื่อปีที่แล้ว แน่นอนว่าผมหวังจะทำผลงานให้ดี และจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อคว้าโพเดี้ยม"