14 FEBRUARY 2019

บี-ควิก เตรียมส่ง 2 นักแข่งจูเนียร์ โปรแกรม ลุยศึกทีเอ2 ไทยแลนด์ (เวอร์ชั่นภาษาไทย)

B-Quik Racing Co. Ltd. TM (“B-Quik Racing”) is pleased to announce the drivers and racing programme for “Tier 2” of the “B-Quik Junior Programme” this season after just kicking off the year with a productive test session at Bira Circuit, which also saw an evolved technical support package being phased in.

The B-Quik Junior Programme is an ambitious and unique initiative that gives technical staff from B-Quik Co. Ltd. TM (“B-Quik”) the opportunity to apply to join the team either as a junior racing driver or junior technician. It’s about developing skills and knowledge in the highly competitive arena of motorsport that will benefit staff in the company as they go forward with their careers.

The finalists of “Season 1” of the B-Quik Junior Programme “Driver Selection Process”, Narin Naeosathon and Sathaporn Veerachue, will team up together in our #26 Dodge Challenger in “TA2 Thailand” this year. Last year Narin contested the inaugural season of TA2 Thailand while Sathaporn was nominated as the reserve driver. For the series’ second season it will move to a 1-hour race format with mandatory driver change pitstops and that fits perfectly for our programme as it means these two young drivers can share our Challenger.

TA2 Thailand’s racecars feature a ‘spec’ spaceframe chassis with multiple body styles that are equipped with identical 6.2-litre GM V8 engines (producing 525 hp) to keep performance level and costs in check. With 2-way suspension, MoTeC ECU, sequential transmission and many other features it adds up to a pukka racecar that challenges both drivers and teams to unlock its potential. As such it provides a suitable platform for the “Tier 2” of our Junior Programme for the drivers stepping up from “Tier 1” where they make their first step in motorsport behind the wheel of our roster of Honda Brio and Toyota Vios racecars.

The “TA2 Thailand Championship 2019” will take at Malaysia’s Sepang Circuit as well as Thailand’s Chang International Circuit in Buriram (twice), Bira Circuit in Pattaya and the Bangsaen Street Circuit, Chonburi, providing a perfect mix of tracks as Sepang and Buriram are both high speed and flowing world class F1/MotoGP-level circuits, Bira is an historic, tight, twisty and narrow challenge, while Bangsaen is one of the most dramatic street circuits in the arena of motorsport.

As part of our programme of new upgrades for 2019 we will partner in TA2 Thailand with Innovation Motorsport, which will provide additional technical and driver support services for our #26 Challenger. Included in this strategy will be our support for Innovation’s #55 Ford Mustang with Junior Programme technicians joining the team to receive training and to support this car, which will be driven by Mike Freeman along with a team mate to be nominated.

The two cars (#26 Challenger & #55 Mustang) will be entered in TA2 Thailand this season as “Innovation B-Quik Racing” which means that as well as forming the core of our Junior Programme our young drivers and technicians will have the extra motivation to be part of a serious challenge for the prestigious “TA2 Thailand Teams’ Championship” title.

B-Quik Racing is supported by B-Quik, Michelin, Mobil 1, Bendix, Yuasa, NGK, Liqui Moly, STI and WAC Car Detailing.

Henk Kiks (Managing Director, B-Quik Racing): “We’re satisfied with the two stage ‘ladder’ put in place for our Junior Programme last year after we chose TA2 Thailand to form a progressive step from the Brio and Vios cars, so it’s logical that we should build on that for this year and with the series moving to 1-hour races that’s an extra bonus. We’re pleased to partner with Innovation Motorsport to put in place this expanded programme in the TA2 series for 2019, their reputation speaks for itself, and I think they are a very good and capable fit to provide a robust support platform for our young drivers and technicians. We expect positive results this year that build on the start we made in TA2 during 2018.”

Narin Naeosathon (#26 Dodge Challenger): “I'm looking forward to racing in the new season. This year I'll race with the Dodge and share the car with Sathaporn who has been my team mate since we race in Super Eco. The official test at Bira was good. Although I have experience from the Camaro last year, I think the Dodge is different from the Camaro so I have to learn more. Also, we have to race in a 1-hour format now so it's very challenging for everyone. I hope we can do well and get good results this year.”

Sathaporn Veerachue (#26 Dodge Challenger): “I'm very pleased to join TA2 for a full season this year. It's been a long time since I first tested the Camaro in Buriram, almost exactly a year, so I'm very excited and I felt a bit pressure during the official TA2 test at Bira. The support team gave me good advice that helped me get to know the car. The Dodge is big, powerful and very fast so I have to learn to handle and acclimatise to the car. I'm also very happy to hear that I'll share the car with Narin this year. We have been working together as driver and technician so I think we will be good team mates. I’d like to thank you B-Quik Racing for this opportunity and I will really try my best this year.”

บี-ควิก เตรียมส่ง 2 นักแข่งจูเนียร์ โปรแกรม ลุยศึกทีเอ2 ไทยแลนด์

บี-ควิก เรซซิ่ง ประกาศรายชื่อและโปรแกรมลุยศึกใหญ่ปีนี้สำหรับนักแข่งจากโครงการ "บี-ควิก จูเนียร์ โปรแกรม" หลังประเดิมศักราชใหม่ด้วยการทดสอบรถที่สนามพีระ

บี-ควิก จูเนียร์ โปรแกรม เป็นโครงการที่เปิดโอกาสให้พนักงานด้านเทคนิคจากบริษัท บี-ควิก สมัครเข้าร่วมทีมทั้งในตำแหน่งนักแข่งรถและช่างเทคนิค เพื่อเป็นการพัฒนาทักษะและความรู้ในเวทีระดับสูงของวงการมอเตอร์สปอร์ต ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับพนักงานต่อความก้าวหน้าในอาชีพของพวกเขา

นักแข่งผู้ผ่านเข้ารอบสุดท้ายจากโครงการบี-ควิก จูเนียร์ โปรแกรม ปีที่ 1 ได้แก่ นรินทร์ แนวสถล และ สถาพร วีระเชื้อ จะจับมือกันลงแข่งด้วยรถดอดจ์ ชาเลนเจอร์ หมายเลข 26 ลงสู้ศึกรายการทีเอ2 ไทยแลนด์ในปีนี้ นรินทร์เคยเข้าร่วมการแข่งขันในฤดูกาลแรกของรายการทีเอ2 ไทยแลนด์เมื่อปีที่แล้ว ขณะที่สถาพรนั้นถูกเสนอชื่อในตำแหน่งนักขับสำรอง สำหรับฤดูกาลที่ 2 นี้ การแข่งขันจะขยับเวลาเพิ่มเป็น 1 ชั่วโมง โดยมีข้อบังคับให้มีการเปลี่ยนตัวนักแข่งระหว่างเข้าพิท ซึ่งเหมาะสมอย่างยิ่งกับโปรแกรมของทีมที่ทำให้นักแข่งทั้งสองสามารถแชร์รถแข่งดอดจ์ ชาเลนเจอร์ร่วมกันได้

รถแข่งในรายการทีเอ2 ไทยแลนด์ เป็นรถโครงสร้างแบบสเปซเฟรม มีบอดี้หลากหลายรูปแบบ ติดตั้งเครื่องยนต์ จีเอ็ม วี8 ขนาด 6.2 ลิตร (ให้กำลัง 525 แรงม้า) พร้อมระบบกันสะเทือน 2 ทาง กล่องอีซียูโมเทค เกียร์ซีเควนเชียล รวมทั้งคุณสมบัติอื่นๆ ที่เสริมเข้ามาเพื่อเพิ่มความท้าทายให้กับนักแข่งและทีมงานในการปลดล็อกศักยภาพของรถ ดังนั้นนี่จึงเป็นรถที่เหมาะสมสำหรับนักแข่งจูเนียร์ โปรแกรมของทีมในการพัฒนาสู่อีกก้าวหนึ่ง หลังจากที่ผ่านก้าวแรกของพวกเขาในวงการมอเตอร์สปอร์ตด้วยการลงแข่งขันด้วยรถฮอนด้า บริโอ และโตโยต้า วีออส มาแล้ว

รายการทีเอ2 ไทยแลนด์ 2019 จะจัดการแข่งขันบนสนามแข่งหลากหลายรูปแบบ ได้แก่ สนามเซปัง เซอร์กิต มาเลเซีย, สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต บุรีรัมย์, สนามพีระ เซอร์กิต พัทยา และสนามบางแสน สตรีท เซอร์กิต ชลบุรี สนามเซปังและบุรีรัมย์เป็นสนามแข่งที่สามารถทำความเร็วได้สูง และเป็นสนามที่รองรับการแข่งขันระดับโลกอย่างฟอร์มูล่าวันและโมโตจีพี ด้านสนามพีระนั้นได้ชื่อว่าเป็นสนามประวัติศาสตร์ซึ่งมีความท้าทายอยู่ที่โค้งซึ่งคดเคี้ยวและแคบ ในขณะที่สนามบางแสนนั้นเป็นหนึ่งในสนามแข่งแบบสตรีทเซอร์กิตที่น่าตื่นตาตื่นใจอีกสนามหนึ่งในวงการมอเตอร์สปอร์ต

สำหรับโปรแกรมในปี 2019 นี้ได้มีการพัฒนาขึ้นโดยทีมจะจับมือกับอินโนเวชั่น มอเตอร์สปอร์ต ซึ่งจะให้บริการทางด้านเทคนิคและให้การสนับสนุนนักแข่งสำหรับรถแข่งชาเลนเจอร์ หมายเลข 26 นอกจากนี้ในส่วนของบี-ควิก เรซซิ่งเองนั้นก็ได้ส่งทีมช่างรุ่นใหม่ให้เข้าร่วมทีมอินโนเวชั่น มอเตอร์สปอร์ต เพื่อรับการฝึกอบรมและให้การสนับสนุนรถแข่งฟอร์ด มัสแตง หมายเลข 55 ซึ่งขับโดยไมค์ ฟรีแมน และเพื่อนร่วมทีม

รถแข่งทั้ง 2 คัน (ดอดจ์ ชาเลนเจอร์ หมายเลข 26 และ ฟอร์ด มัสแตง หมายเลข 55) จะเข้าร่วมการแข่งขันในรายการทีเอ2 ไทยแลนด์ ฤดูกาลนี้ภายใต้ชื่อทีม "อินโนเวชั่น บี-ควิก เรซซิ่ง" ซึ่งหมายความว่าทั้งนักแข่งและทีมช่างจะมีแรงผลักดันเพิ่มขึ้นเพื่อการลุ้นแชมป์ประจำปีประเภททีมของรายการทีเอ2 ไทยแลนด์

บี-ควิก เรซซิ่ง ได้รับการสนับสนุนโดยบี-ควิก, มิชลิน, โมบิลวัน, เบนดิกซ์, ยัวซ่า, เอ็นจีเค, ลิควิโมลี, เอสทีไอ และ แวค คาร์ ดีเทลลิ่ง

เฮงก์ เจ กิกส์: “เรารู้สึกพอใจกับผลงานเมื่อปีที่แล้วของนักแข่งจูเนียร์ โปรแกรมหลังจากที่เราเลือกเข้าร่วมแข่งขันในรายการทีเอ2 ไทยแลนด์ เพื่อขยับชั้นจากรถบริโอและวีออส ดังนั้นมันจึงเป็นเหตุผลให้เราสานต่องานสำหรับปีนี้ และด้วยการแข่งที่ปรับเวลาขึ้นมาเป็นการแข่งขัน 1 ชั่วโมง นั่นเป็นโบนัสพิเศษ เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้จับมือกับอินโนเวชั่น มอเตอร์สปอร์ต สำหรับการแข่งขันรายการทีเอ2 ในปี 2019 ชื่อเสียงของพวกเขาเป็นที่ประจักษ์ชัด และผมคิดว่าพวกเขาดีมากและมีความสามารถที่จะให้การสนับสนุนแก่นักแข่งและช่างของเรา เราคาดหวังว่าปีนี้จะทำผลงานได้ดี เพื่อสานต่อจุดเริ่มต้นที่เราได้ทำไว้ในทีเอ2 เมื่อปี 2018”

นรินทร์ แนวสถล (#26 ดอดจ์ ชาเลนเจอร์): “ผมกำลังรอคอยการแข่งขันในฤดูกาลใหม่ ปีนี้ผมจะลงแข่งด้วยรถดอดจ์และแชร์รถกับสถาพรซึ่งเป็นทีมเมทของผมมาตั้งแต่ตอนที่เราแข่งในรุ่นซูเปอร์ อีโค การขับทดสอบที่พีระเป็นไปด้วยดี แม้ว่าเมื่อปีที่แล้วผมจะมีประสบการณ์จากคามาโรมาแล้ว แต่ผมคิดว่าดอดจ์นั้นแตกต่างจากคามาโร ดังนั้นผมจึงต้องเรียนรู้มันให้มากขึ้น และเรายังต้องแข่งขันในรูปแบบ 1 ชั่วโมง ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องท้าทายสำหรับทุกคน ผมหวังว่าเราจะทำได้และทำผลงานได้ดีในปีนี้”