บี-ควิก เหมาแชมป์ซูเปอร์คาร์ บางแสน กรังด์ปรีซ์ (เวอร์ชั่นภาษาไทย)

A perfect weekend by the beach for B-Quik Racing after we emerged from the Bangsaen Grand Prix 2019 with a clean sweep to our name, claiming two remarkable wins from the two event-headlining Super Car GT3 races.

The victories were evenly spread out within the team too as Sandy Stuvik and Martin Rump won Saturday's Race 1 in the #2 Audi R8 LMS GT3 Evo while come Sunday the sister #26 car driven by Henk Kiks and Daniel Bilski was first past the chequered flag.

For all four of our GT3 drivers it was their first win on the streets of Bangsaen. For Martin it was his first time here while for Sandy it was his first time in Super Car having driven in Bangsaen just once before in a small production car category. Also, the first win here for Audi in Super Car. First title of the season too, as Henk and Daniel have now put Super Car GT3 AM beyond reach.

This year the Bangsaen Grand Prix moved to a tail end of August date for the first time and rain showers as well as strong gusts of wind proved to be a feature throughout. The weather entered the mix during qualifying after an unpredicted shower hit Bangsaen just as the cars took to the track for Q1 and that made the result a lottery.

In Q2 the team played a tactical blinder to bring Martin in and adjust the tyre pressures during the dying minutes of the session, the No 2 car returning to the track and crossing the start-finish line with just 15 seconds in hand before the chequered flag waved. The Estonian had just one chance to snatch pole and he thumped in a do or die lap getting everything settled through Sector 1 before posting purples in both Sector 2 and 3 to get the job done, grabbing the top spot for Race 2 by two tenths.

In Race 1 Sandy and Martin were in scintillating form at the green lights. Sandy started the 1-hour race and soon picked off the top two runners. After the No 2 car’s extended pitstop due to the Silver-Silver pairing, Martin again passed the top runners to take the lead with room to spare before the chequered flag was unfurled. That was our first win of the weekend done and dusted and a dream Super Car debut in Bangsaen for this pair.

There was less luck though for Henk and Daniel in the No 26 “Evo” as a brush with the barriers saw them retiring and as they were the championship leaders coming into Bangsaen that was costly in terms of points.

However, they didn't have to wait very long to put that right. It was just 24 hours in fact before they pulled off one of the team’s most epic wins ever.

Sunday’s showdown proved to be a race where they had to work harder for the win than they ever have as the car’s power steering system failed on lap 3. Henk started the race and but very quickly he was struggling to keep the “Evo” on the road and sling it around the corners. The one place in the world where you least want to lose the power steering during a race is around the tight and twisty turns of the Bangsaen Street Circuit.

Henk drove out of his skin as he struggled to keep the car on the track – never mind somehow also managing to keep it the window of where it needed to be to have a shot at a win. He traded some paint with another competitor before handing over to Daniel on target to be in P1 – but his team mate would also have to cope without power steering and the chasing pack snapping at his heels for a whole stint.

The Australian dug deeper than he probably ever has had to do before to keep the No 26 in the lead and he grittily clung onto an advantage of several seconds, although that see sawed as he literally bounced the car off barriers in an effort to get it around the 3.7 km track.

Just as the late Sunday afternoon shadows were gathering Daniel brought the “Evo” over the finishline as the cheers of the crew rang out down the pitlane. Daniel literally fell out of the car onto the asphalt such was the exhaustion he was suffering.

After Race 1 the team had made a huge effort to get the car fixed and ready for Race 2 and really the drivers, crew and engineers had all dug deep to nail the win. As an ecstatic Daniel said afterwards “That’s B-Quik, we just push until you can’t push anymore.”

After Henk and Daniel’s DNF the day before the win came with a maximum point score and that’s allowed them bounce back perfectly in the overall Drivers’ championship hunt and maintain their advantage at the top of the table. It also saw them clinch the Super Car GT3 Am championship with one round and two races still to go.

Race 2 proved something of a mixed bag for the No 2 car. Martin started from pole but ran in P2 and was bottled up behind the leader on a circuit where passing is very difficult until handing over to Sandy early as they tried to find clear air to gain track position.

Now in the cockpit Sandy was up to P5 before making a successful pass for position with a Lamborghini into the pit hairpin but the car tapped him from behind as they reached the exit, spinning the Audi around where it was then collected by another car and clipped the barriers.

Luckily, the damage was minimal and Sandy was able to spin the car around, get back on the pace and make it to the chequered flag in P5 to allow himself and Martin to claim the final step on the podium and help B-Quik Racing bag the Teams’ trophy and as well as their second helping of crucial Teams’ points from the weekend.

All-in-all a terrific weekend for us. Our double points finish on Sunday ensures we retain the lead in the Teams’ championship while in the overall Drivers’ rankings Henk and Daniel remain at the top with Sandy now moving up to third place.

B-Quik Racing is supported by B-Quik, Michelin, Mobil 1, Bendix, Yuasa, NGK, Liqui Moly and STI and WAC Car Detailing.

บี-ควิก เหมาแชมป์ซูเปอร์คาร์ บางแสน กรังด์ปรีซ์

บี-ควิก เรซซิ่ง โชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ด้วยการคว้า 2 แชมป์จากการแข่งขันรายการ บางแสน กรังด์ปรีซ์ 2019 ในรุ่นซูเปอร์คาร์ จีที3

โดยในการแข่งขันสนามนี้ แซนดี้ สตูวิค และ มาร์ติน รัมพ์ สามารถคว้าชัยจากการแข่งขันเรซที่ 1 ในวันเสาร์ ภายใต้รถแข่งออดี้ อาร์8 แอลเอ็มเอส จีที3 อีโว หมายเลข 2 ขณะที่การแข่งขันเรซที่ 2 ในวันอาทิตย์ เฮงก์ กิกส์ และ แดเนียล บิลสกี โชว์ฟอร์มเดือดคว้าชัยเรซนี้ ภายใต้รถแข่งออดี้ อีโว หมายเลข 26

สำหรับนักแข่งในรุ่นจีที3 ทั้ง 4 คนของทีม นี่เป็นชัยชนะครั้งแรกของพวเขาที่สนามบางแสน สตรีท เซอร์กิต สำหรับมาร์ติน นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้มีโอกาสมาเยือนที่นี่ ในขณะที่แซนดี้นั้นถือเป็นการลงสนามครั้งแรกในรถซูเปอร์คาร์ หลังจากที่เคยมีประสบการณ์ในการแข่งรถโปรดัคชั่นคาร์ที่สนามแห่งนี้มาแล้ว

ในปีนี้ การแข่งขันรายการบางแสน กรังด์ปรีซ์ ได้ย้ายมาจัดช่วงปลายเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นช่วงมรสุมทำให้มีลมพัดแรงและฝนตกลงมาเป็นระยะ ในการควอลิฟายช่วงแรกฝนได้ตกลงมาทำให้ไม่สามารถทำเวลาได้ดีเท่าที่ควร ในช่วงที่ 2 ทีมได้ให้มาร์ตินกลับมาที่พิทและทำการปรับแรงดันยางในช่วงนาทีสุดท้ายของเซสชั่น รถแข่งหมายเลข 2 ผ่านเส้นชัยก่อนธงหมากรุกจะสะบัดเพียง 15 วินาที นักแข่งชาวเอสโตเนียมีโอกาสเพียงครั้งเดียวที่จะคว้าตำแหน่งโพล และเขาพยายามอย่างเต็มที่จนสามารถคว้าตำแหน่งโพลโพซิชั่นสำหรับการแข่งขันเรซ 2 มาครองได้สำเร็จ

การแข่งขันเรซที่ 1 แซนดี้และมาร์ตินออกสตาร์ทในอันดับที่ 3 แซนดี้เริ่มการแข่งขัน 1 ชั่วโมง และค่อยๆ ไล่แซงรถอีก 2 คันข้างหน้า เมื่อถึงเวลาเข้าพิทรถหมายเลข 2 ต้องหยุดรถในพิทนานกว่ารถคันอื่น เนื่องจากแซนดี้และมาร์ตินเป็นนักแข่งระดับซิลเวอร์ทั้งคู่ มาร์ตินรับหน้าที่ต่อ และเร่งเครื่องไล่แซงรถคันหน้าจนสามารถขึ้นมาเป็นผู้นำ พร้อมทิ้งระยะห่างจากคู่แข่ง ก่อนทะยานเข้าเส้นชัยรับธงหมากรุก คว้าชัยชนะแรกให้กับทีมในสุดสัปดาห์นี้

ทางด้านเฮงก์และแดเนียล ในเรซนี้รถแข่งอีโว หมายเลข 26 นั้นโชคไม่ดีนัก เนื่อจากยางแตกจนต้องออกจากการแข่งขัน และพลาดคะแนนเก็บเรซนี้ไปอย่างน่าเสียดาย

อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็ไม่ต้องรอนานนัก เพราะในอีก 24 ชั่วโมงหลังจากนั้น พวกเขากำลังจะคว้าหนึ่งในชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของทีม

การแข่งขันในวันอาทิตย์เป็นการแข่งขันที่พวกเขาต้องทำงานกันอย่างหนักมากกว่าที่เคยเพื่อชัยชนะเนื่องจากรถมีปัญหาเกี่ยวกับระบบเพาเวอร์สเตียริ่งในรอบที่ 3 เฮงก์รับหน้าที่เป็นคนแรก และพยายามรักษาอันดับให้ดีที่สุด

เฮงก์ต่อสู้อย่างหนักเพื่อรักษารถให้อยู่บนสนาม เขาขับเคี่ยวกับคู่แข่งคนอื่นอย่างดุเดือด ก่อนจะส่งหน้าที่ต่อให้แดเนียลโดยมีเป้าหมายอยู่ที่ตำแหน่งผู้นำ แต่แดเนียลเองก็ต้องทำงานอย่างหนักกับการไม่มีระบบเพาเวอร์สเตียริ่ง และต้องกดดันอย่างมากตลอดช่วงเวลาการแข่งที่เหลือ

นักแข่งชาวออสเตรเลียเค้นฟอร์มดุกว่าที่เคยเพื่อรักษารถหมายเลข 26 ให้อยู่ในตำแหน่งผู้นำ และกดคันเร่งทิ้งระยะห่างจากคู่แข่งหลายวินาที

จนกระทั่งหมดเวลาการแข่งขัน แดเนียลก็สามารถนำรถแข่งออดี้ อีโว เข้าเส้นชัย ท่ามกลางเสียงเชียร์จากทุกคนในทีมบริเวณพิทเลน และด้วยความเหนื่อยล้าจากการต่อสู้ในสนามแข่ง ทำให้แดเนียลถึงกับล้มลงบนพื้นถนนเมื่อลงจากรถ หลังจากจบเรซที่ 1 ทีมได้ใช้ความพยายามอย่างมากในการซ่อมแซมรถสำหรับการแข่งเรซที่ 2 ทั้งนักแข่ง ทีมงาน และวิศวกร ต่างทุ่มเทอย่างเต็มที่เพื่อชัยชนะ อย่างที่แดเนียลกล่าวในภายหลังว่า "นี่แหละคือ บี-ควิก เราแค่พยายามให้ถึงที่สุด"

หลังจากที่เฮงก์และแดเนียลแข่งไม่จบในเรซแรก ก่อนที่ชัยชนะจะมาเยือนพร้อมกับคะแนนสูงสุดในเรซที่ 2 ทำให้พวกเขากลับมายืนที่หัวตารางแชมป์ประเภทนักขับอีกครั้ง และรักษาความได้เปรียบนี้ไว้ นอกจากนี้ทั้งคู่จะกอดคอกันเพื่อคว้าแชมป์รุ่นซูเปอร์คาร์ จีที3 คลาสแอม ในการแข่งขันอีก 1 สนามที่เหลือ

ทางด้านรถหมายเลข 2 มาร์ตินออกสตาร์ทจากตำแหน่งโพล และก่อนจะหล่นลงมาอยู่ในอันดับที่ 2 มาร์ตินพยายามไล่ตามหลังผู้นำ แต่ด้วยลักษณะสนามที่หาโอกาสแซงค่อนข้างยาก ทำให้มาร์ตินต้องรั้งอันดับที่ 2 จนกระทั่งถึงเวลาส่งต่อหน้าที่ให้กับแซนดี้

แซนดี้โชว์ฟอร์มการขับไล่แซงรถแข่งคันอื่นขึ้นมาจนถึงอันดับที่ 5 และได้จังหวะกดคันเร่งแซงรถแข่งลัมโบร์กินีเข้าสู่โค้งบริเวณหน้าโรงแรม เอส2 แต่เกิดถูกกระแทกจากด้านหลัง ทำให้รถเสียอาการและหมุน ก่อนจะถูกกระแทกโดยรถแข่งอีกคัน

โชคดีที่ความเสียหายนั้นมีเพียงเล็กน้อย แซนดี้รีบกลับรถและกดคันเร่งต่อทันที และสามารถเข้าเส้นชัยในอันดับที่ 5 ซึ่งทำให้แซนดี้และมาร์ตินคว้าโพเดี้ยมอันดับ 5 โอเวอร์ออลในเรซนี้ และช่วยให้บี-ควิก เรซซิ่ง คว้าถ้วยรางวัลประเภททีมมาครอง

ทั้งหมดนี้คืสุดสัปดาห์ที่ยอดเยี่ยมสำหรับบี-ควิก เรซซิ่ง คะแนนที่ได้รับคูณสองจากการแข่งขันวันอาทิตย์ทำให้ทีมมั่นใจว่าเราจะยังคงเป็นผู้นำบนตารางแชมป์ประเภททีม ในขณะที่ประเภทนักขับนั้นเฮงก์และแดเนียลยังคงรั้งอันดับท็อปบนหัวตาราง โดยมีแซนดี้ทำคะแนนตามมาในอันดับที่ 3

บี-ควิก เรซซิ่ง ได้รับการสนับสนุนโดย บี-ควิก, มิชลิน, โมบิลวัน, เบนดิกซ์, ยัวซ่า, เอ็นจีเค, ลิควิโมลี, เอสทีไอ และ แวค คาร์ ดีเทลลิ่ง